วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

รวบมือโจรกรรมพระพิพิธภัณฑ์ขอนแก่นที่แท้เป็นนักศึกษามหา"ลัยดัง

รวบมือโจรกรรมพระพิพิธภัณฑ์ขอนแก่นที่แท้เป็นนักศึกษามหา"ลัยดัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 ธ.ค. พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร รอง ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.พัฒนี ศิริวัฒนี ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา ผบก.ศสส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายมงคลเดช ศูนย์จันทร์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/2009 ม.16 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น กำลังศึกษาอยู่คณะศึกษาศาสตร์ เอกศิลปะ ปี 3 มหาลัยชื่อดังในจังหวัด พร้อมด้วยของกลาง พระเครื่องกรุนาดูน และเทวรูปโบราณ จำนวน 71 รายการ และนายประดิษฐ์ ปะวะภูตา อายุ 41 ปี ที่อยู่ 125/1 ม.3 ต.พระธาตุ อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ได้พร้อมด้วยของกลาง พระเครื่องกรุนาดูน จำนวน 20 รายการ โดยมี พระครูโสภณ เจติยาภิรักษ์ เจ้าคณะอำเภอนาดูน จ.มหาสารคาม พร้อมด้วยพุทศาสนิกชน ประมาณ 20 คน และ นางสาวอัจฉรา แข็งสาริกิจ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น เข้าร่วมตรวจสอบของกลาง

สืบเนื่องจากช่วงวันที่ 4-5 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายเข้าไปโจรกรรมโบราณวัตถุ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า คนร้ายเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ในช่วงเวลา 16.00 น.ของวันที่ 4 ธ.ค. โดยหลบซ่อนตัวอยู่ที่ฉากกั้นบริเวณชั้นที่ 1 ก่อนจะลงมือในช่วงเวลากลางคืน ด้วยการทำลายกุญแจตู้จำนวน 6 ใบ ที่บริเวณชั้น 2 ของอาคารพิพิธภัณฑ์ กวาดเอาโบราณวัตถุไปจำนวน 91 รายการ จากนั้นใช้เลื่อยตัดกัญแจที่ประตูทางเข้าออกแล้วหลบหนีไป แต่กล้องวงจรปิดของพิพิธภัณฑ์ สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้ เป็นชายวัยรุ่น อายุ 20-25 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร ผมสั้น สะพายกระเป๋าเป้สีดำ ซึ่งภาพดังกล่าวได้ปรากฏตามสื่อมวลชนไปทั่วประเทศ

จากภาพดังกล่าว ประชาชนได้แจ้งเบาะแสมาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ทั้งหมด 2 คน คือ นายมงคลเดช ศูนย์จันทร์ อายุ 21 ปี นักศึกษา ที่ชื่นชอบโบราณวัตถุ และเป็นคนเข้าไปในอาคารพิพิธภัณฑ์ ลงมือโจรกรรมเอาโบราณวัตถุไปทั้งหมด 91 ราย จากนั้นนำไปขายให้กับ นายประดิษฐ์ ปะวะภูตา อายุ 41 ปี จำนวน 20 รายการ เป็นเงินประมาณ 150,000 บาท


โดยก่อนหน้านี้ มีพลเมืองดีแจ้งข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พบเห็นชายวัยรุ่น ซึ่งเป็นนักศึกษาพักอยู่ที่หอพัก บ้านคุณป้า ห้องหมายเลข 10 ซึ่งอยู่ในซอยร้าน ซี.เอส.เค ใกล้กับตลาดเจ้พร ไปซื้อสร้อยคอทองคำให้ตัวเองกับแฟนสาวที่ร้านทองแห่งหนึ่ง ใกล้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น และชายคนดังกล่าวก็ห้อยพระเครื่องกรุนาดูน ที่คอ ลักษณะตรงกับพระที่หายไป ซึ่งกล้องวงจรปิดของร้านทองก็จับภาพของชายคนดังกล่าวไว้ได้ ในขณะเดียวกันร้านทองก็ได้จดชื่อ ที่อยู่เอาไว้ด้วย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบปรากฏว่า ภาพชายคนดังกล่าว ตรงกับภาพของผู้ต้องสงสัย ในกล้องวงจรปิดของพิพิธภัณฑ์ จึงได้เข้าตรวจที่ห้องพักภายในหอพัก พบพระเครื่องกรุนาดูน และเทวรูปโบราณ จำนวน 71 รายการ ซ่อนอยู่ในกล่องกระดาษ

จากการสอบสวนทราบว่า นายมงคลเดช ชื่นชอบโบราณวัตถุ จึงเข้าเรียนที่คณะศึกษาศาสตร์ เอกศิลปะ และได้ตระเวนไปดูสถานที่สำคัญหลายแห่ง รวมทั้งที่พระธาตุนาดูนและที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น และได้รู้จักกับนายประดิษฐ์ ปะวะภูตา อายุ 41 ปี เป็นชาวนาดูน และเป็นลูกชายของนายทองดี ปะวะภูตา เจ้าของที่ดินที่มีการขุดพบพระกรุนาดูน จนมีความสนิทสนมกัน แต่การลงมือโจรกรรมโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้ นายมงคลเดช บอกว่า ลงมือทำเพียงคนเดียว เพราะเคยเข้าไปเที่ยวชมมาแล้วหลายครั้ง จนรู้ว่าต้องเข้าออกที่ประตูด้านไหน จึงได้นำเลื่อยตัดเหล็ก ไขควง ไฟฉายขนาดเล็ก ใส่ในกระเป๋าสะพายสีดำ แอบเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ของวันที่ 4 ธ.ค. กระทั่งประชาชนที่เข้าชมภายใน ทยอยออกกันหมด จึงได้ไปซ่อนตัวด้านหลังฉาก ตกกลางคืน จึงลงมือโจรกรรมโบราณวัตถุ และหลบหนีออกมาในช่วงเวลา 04.00 น.ของวันที่ 5 ธ.ค.


เมื่อหลบหนีออกมาได้ ก็กลับไปที่ห้องพัก ช่วงระหว่างวันที่ 6-10 ธ.ค. ได้ติดต่อให้นายประดิษฐ์ มาดูสิ่งของ และซื้อพระกรุนาดูไปทั้งหมด 20 รายการ ราคาประมาณ 150,000 บาท เมื่อได้เงินมาก็พาแฟนสาวไปซื้อทองมาใส่ จนนำไปสู่การจับกุมดังกล่าว


ด้าน น.ส.อัจฉรา แข็งสาริกิจ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ช่วยติดตามสมบัติของชาติกลับคืนมา และบอกว่าถึงแม้บางรายการ ที่ได้กลับมา จะแตกหัก ก็จะเก็บรักษาให้ดี


ภายหลังการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่คุมตัวนายมงคลเดช ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไปดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นพระพุทธรูปหรือเป็นวัตถุทางศาสนาที่เก็บไว้เป็นสมบัติของชาติในพิพิธภันฑสถานแห่งชาติในเวลากลางคืน หรือรับของโจร ส่วนรางวัลนำจับจำนวน 200,000 บาท อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าควรจะมอบให้ใคร ระหว่างพลเมืองดีที่ให้เบาะแส และเจ้าของร้านทอง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น